ไล่ล่าความเร็ว: บอนเนวิลล์ เรซเซอร์รถคัสตอมจากรอยัล เอนฟิลด์ สร้างสถิติความเร็วสูงสุดกว่า 159 ไมล์ต่อชั่วโมง

   การไล่ล่าความเร็วเปรียบเสมือนการแสวงหาความเป็นเลิศซึ่งกินพื้นที่ส่วนพิเศษในใจของสาวกรถมอเตอร์ไซค์ทุกคนและจะมีอะไรที่โดนใจนักบิดไปกว่าการสร้างสถิติความเร็วสูงสุดใหม่ด้วยรถมอเตอร์ไซค์ที่ถูกคัสตอมปรับแต่งพิเศษได้อีก เมื่อเร็วๆ นี้ รอยัล เอนฟิลด์ ผู้นำตลาดรถมอเตอร์ไซค์ขนาดกลางระดับโลก ได้สร้างรถมอเตอร์ไซค์แข่งคัสตอม บอนเนวิลล์ ซอลต์ แฟลตส์ (Bonneville Salt Flats)โดยสามารถทำสถิติความเร็วสูงสุดที่ 157.053 ไมล์ต่อชั่วโมง (รอการรับรองโดยสหพันธ์จักรยานยนต์ระหว่างประเทศหรือ FIM)บนที่ราบลานเกลือซอลต์แฟลตส์ในรัฐยูทาห์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้รอยัล เอนฟิลด์ ได้สร้างรถมอเตอร์ไซค์สายพันธุ์แข่งรุ่นพิเศษขึ้นมาจากความร่วมมือกับสำนักแต่งชื่อดังอย่างเอสแอนด์เอสไซเคิล (S&S Cycle)และแฮริสเพอร์ฟอร์แมนซ์ (Harris Performance) ตอกย้ำชื่อเสียงของรถจักรยานยนต์รอยัล เอนฟิลด์ที่รองรับการปรับแต่งได้อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมตอกย้ำให้เห็นถึงสมรรถนะระดับพลิกโฉมวงการของเครื่องยนต์สูบคู่ 650 ทวินรุ่นใหม่ล่าสุดของ รอยัล เอนฟิลด์ และถึงแสดงออกถึงสมรรถนะเหนือชั้นของเครื่องยนต์ในแพลทฟอร์มดังกล่าว

   นี่คือรถจักรยานยนต์คัสตอมที่อัดแน่นด้วยนวัตกรรมมากที่สุดรุ่นหนึ่งของรอยัล เอนฟิลด์ โดยสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อการสร้างสถิติความเร็วที่บอนเนวิลล์โดยเฉพาะ การออกแบบเครื่องยนต์ของบอนเนวิลล์ เรซเซอร์เป็นฝีมือของสำนักแต่งเอสแอนด์เอสไซเคิลจากประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งเคยร่วมงานกับรอยัล เอนฟิลด์ในการสร้างรถมอเตอร์ไซค์สายแดร็กอย่างล็อคสต็อค (Lock Stock) ในยุโรปมาแล้วโดยเอสแอนด์เอสใช้ประสบการณ์ที่คร่ำหวอดในการปรับแต่งตัวรถและแข่งขันบนซอลต์แฟลตส์ ขณะที่แฮริส เพอร์ฟอร์แมนซ์ใช้ความเชี่ยวชาญด้านตัวถังรถมอเตอร์ไซค์ช่วยออกแบบแชสซีส์ หลังจากเคยสร้างแชสซีส์สำหรับมอเตอร์ไซค์งานแข่งขันกรังด์ปรีซ์และซูเปอร์ไบค์ให้แก่นักขี่ชั้นยอดของโลกหลายต่อหลายคน แต่นี่คือการสร้างแชสซีส์เพื่อการสร้างสถิติความเร็วครั้งแรกของสำนักแฮริส เพอร์ฟอร์แมนซ์

   ทีมงานได้รับข้อมูลสรุปจากทีมนักออกแบบของรอยัล เอนฟิลด์ ก่อนเริ่มต้นทำงานและหลังจากนั้นอีกไม่กี่เดือนต่อมา บอนเนวิลล์ เรซเซอร์ก็พร้อมที่จะพุ่งทะยานไปบนลานเกลือ

   ความสำเร็จอันมหัศจรรย์ครั้งนี้เกิดขึ้นได้ด้วยการขี่ของนักบิดสาววัยเพียง 18 ปีชือว่า เคย์ลา ริวาส ถึงแม้เธอจะอายุน้อยแต่อัดแน่นด้วยความมั่นใจและพลังที่ล้นเหลือ เมื่อเราผสานความมั่นใจของ ผู้ขับขี่เข้ากับศักยภาพด้านวิศวกรรรมและการออกแบบของทีมงาน ตลอดจนความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าและเป็นหนึ่งเดียวต่อความสำเร็จในโครงการนี้ ส่งผลให้บอนเนวิลล์ เรซเซอร์สร้างสถิติความเร็วสูงสุด 132 ไมล์ต่อชั่วโมงโดยไม่ต้องพึ่งพาไนตรัสหลังจากผ่านการทดสอบขี่มาแล้ว 22 ครั้งแต่สมรรถนะที่ล้นเหลือของเครื่องยนต์ ส่งผลให้ให้ทีมงานพยายามลองทำความเร็วให้สูงขึ้นอีกโดยปรับเปลี่ยนอัตราทดเกียร์ ปรับระยะฐานล้อ และปรับแต่งอีกเล็กน้อยซึ่งทำความเร็วสูงสุดขยับขึ้นไปถึงกว่า 159 ไมล์ต่อชั่วโมงโดยสถิติความเร็วเฉลี่ยรวมทั้งขาไปและขากลับอยู่ที่ 157.053 ไมล์ต่อชั่วโมง (รอการรับรองโดย FIM)

   บอนเนวิลล์ เรซเซอร์ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่รอยัล เอนฟิลด์ อีกครั้ง ความสำเร็จครั้งนี้แสดงสมรรถนะที่แท้จริงของเครื่องยนต์ ถือเป็นบทพิสูจน์อันยอดเยี่ยมของแพลทฟอร์มเครื่องยนต์ที่มีความยืดหยุ่นสูง และทีมงานที่เปี่ยมไปด้วยความหลงใหล ความเชี่ยวชาญ และความมุ่งมั่นตั้งใจเพื่อสร้างความสำเร็จให้เกิดขึ้น

การปรับแต่งหรือโมดิฟายด์เครื่องยนต์มีดังนี้

ชุดลูกสูบแรงอัดสูงS&S
ปลอกลูกสูบS&S
ชุดก้านสูบฟอร์จS&S
ชุดลิ้นปีกผีเสื้อS&S
ชุดเพลาลูกเบี้ยวS&S
ชุดสายไฟและโมดูลควบคุมเครื่องยนต์ (ECM)S&S
ระบบส่งกำลังอันเดอร์คัท S&S
ชุดหัวฉีดแรงดันสูงS&S
ชุดแกนความทนทานสูงS&S
ขัดพอร์ทฝาสูบด้วยเครื่องจักรกลอัตโนมัติ (CNC)S&S
ตัวปรับโซ่หมุนเฟืองด้วยมือ S&S
ชุดเปลี่ยนเกียร์ Translogic
ชุดคลัตช์สมรรถนะสูง Rekluse
ระบบไนตรัสออกไซด์ Nitrous Express

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับทีมงาน:

   ศูนย์เทคนิครอยัล เอนฟิลด์ในประเทศอังกฤษ นำโดยเอเดรียน เซลเลอร์ส ผู้จัดการโครงการ พีท ไวเชอร์ลี และวาเลนติน เบนซี ฝ่ายออกแบบและกราฟฟิก ทีมออกแบบอุตสาหกรรม (Industrial Design) ในเขตเลสเตอร์ไชร์ ประเทศอังกฤษรับหน้าที่บริหารจัดการโครงการซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการคัสตอมของรอยัล เอนฟิลด์ มีเป้าหมายค้นหารูปแบบใหม่ที่น่าตื่นเต้นในการพัฒนารถมอเตอร์ไซค์รอยัล เอนฟิลด์ที่จะสร้างความประหลาดใจให้แก่ผู้คน การเริ่มต้นโครงการ บริหารจัดการ และการออกแบบบอนเนวิลล์ เรซเซอร์ในเบื้องต้น รวมถึงการผลิตตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์และการพ่นสีตัวถังเกิดขึ้นที่ศูนย์เทคนิคดังกล่าว

เอสแอนด์เอส ไซเคิล ตั้งอยู่ในเมืองวิโอลา รัฐวิสคอนซิน สหรัฐอเมริกา ประกอบด้วยทีมงาน เจฟฟ์ ไบลีย์ จีน ดลาสค์ และพอล แลงลีย์ ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ ดำเนินธุรกิจปรับแต่งเครื่องยนต์ โมดิฟายด์ รวมถึงติดตั้งและดูแลระบบไนตรัส นับตั้งแต่ปี 2501 เอสแอนด์เอสไซเคิลมุ่งเน้นยกระดับสมรรถนะเครื่องยนต์วี-ทวิน ผลิตและปรับปรุงชิ้นส่วนเพื่อการแข่งขันที่โรงงานในเมืองวิโอลาซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจ เสียงตอบรับที่ยอดเยี่ยมที่มีต่อผลงานที่เป็นเลิศและการสร้างความเชื่อมั่นทำให้เอสแอนด์เอสไซเคิลมีชื่อเสียงโด่งดังมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา

แฮริส เพอร์ฟอร์แมนซ์ ตั้งอยู่ในเมืองเฮิร์ตฟอร์ด สหราชอาณาจักร นำโดยเลสเตอร์ แฮริส และทิม อัลลัน รวมถึงทีมงานที่แฮริส เพอร์ฟอร์แมนซ์ซึ่งเป็นผู้สร้างเฟรม แชสซีส์ ออกแบบและประกอบ ด้วยประสบการณ์ในการสร้างแชสซีส์มานานกว่า 40 ปีแฮริส เพอร์ฟอร์แมนซ์เป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำของโลกในด้านการออกแบบแชสซีส์รถจักรยานยนต์สายพันธุ์แข่ง แฮริส เพอร์ฟอร์แมนซ์ผลิตแชสซีส์ให้แก่นักแข่งชั้นนำหลายคนในวงการมอเตอร์สปอร์ต ปัจจุบันแฮริสเป็นบริษัทในเครือไอเคอร์ มอเตอร์ส และเป็นส่วนสำคัญของโครงการพัฒนาแชสซีส์ของรอยัล เอนฟิลด์

เคย์ลา ริวาส จากเมืองเฟรสโน ประเทศสหรัฐอเมริกา เคย์ลาเติบโตขึ้นท่ามกลางการแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์แดร็กและกิจกรรมทำความเร็วภาคพื้นดินเธอได้เฝ้ามองคริส ริวาส พ่อของเธอมาตั้งแต่เด็กและได้ฟูมฟักความชื่นชอบหลงใหลการแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์อย่างลึกซึ้ง เธอเริ่มต้นอาชีพนักแข่งในปี 2555 ด้วยวัยเพียง 12 ปี บนที่ราบลานเกลือที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่างบอนเนวิลล์ ซอลต์ แฟลตส์ในรัฐยูทาห์ ในการแข่งขันบนที่ราบดังกล่าวครั้งแรก เคย์ลาขี่รถขนาด 250 ซีซีปรับแต่งโดยคริส ริวาส วี-ทวินในเมืองเฟรสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย และสร้างสถิติความเร็วในคลาสดังกล่าวได้ที่ 62 ไมล์ต่อชั่วโมง ปัจจุบัน เคย์ลาเป็นเจ้าของ 12 สถิติทำความเร็วภาคพื้นดิน (Land Speed) ทั้งที่ลานบอนเนวิลล์และทะเลสาบแห้งเอลมิราจในแคลิฟอร์เนียโดยทำความเร็วสูงสุดได้กว่า 140 ไมล์ต่อชั่วโมง สำหรับการทำสถิติล่าสุดซึ่งรอการรับรองโดย FIM จะเป็นสถิติความเร็วสูงสุดลำดับที่ 13 ของเธอ

###