เบิร์นรับเบอร์ เปิดที่สุดแห่งประสบการณ์การขับขี่มอเตอร์สปอร์ตระดับสากล “Ride with the legends” ผนึก 3 นักแข่งระดับตำนานโมโตจีพี ถ่ายทอดทักษะและดึงศักยภาพการขับขี่ ในงานเปิดตัว “Burn Rubber Riding Academy & Track Days”

บุคคลในภาพ (จากซ้ายไปขวา)

  1. มิสเตอร์เจเรมี่ แมควิลเลี่ยม
  2. มิสเตอร์เฟาส์โต ริชชี่
  3. มิสเตอร์จิอานลูก้า ลอซซี่ - ผู้จัดการทั่วไปและหัวหน้าทีมผู้ฝึกสอน เบิร์นรับเบอร์ ไรด์ดิ้ง อะคาเดมี่ แอนด์ แทร็คเดย์
  4. มิสเตอร์รอสส์ ชีลด์ส- ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ 2 ล้อ ภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียบริษัท สยามมิชลิน จำกัด
  5. มิสเตอร์ลอริส คาปิรอซซี่

   บริษัท เบิร์นรับเบอร์ จำกัด เขย่าวงการสองล้อ!!! เปิดประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Ridewith the legends”(ไรด์ วิธ เดอะ เลเจนด์) โดยได้ 3 สุดยอดนักแข่งโมโตจีพีระดับตำนานอย่าง ลอริส คาปิรอซซี (Mr. Loris Capirossi) เจเรมี่ แมควิลเลี่ยม (Mr. Jeremy McWilliams) และเฟาส์โตริชชี (Mr. Fausto Ricci) มาร่วมเป็นผู้ฝึกสอนพิเศษ ในโอกาสเปิดตัว “Burn Rubber Riding Academy& Track Days”(เบิร์นรับเบอร์ ไรด์ดิ้ง อะคาเดมี่ แอนด์ แทร็ค เดย์) สถาบันสอนขับขี่แนวมอเตอร์สปอร์ตแห่งแรกในประเทศไทยที่มีมาตรฐานหลักสูตรครบเครื่องทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติระดับสากล พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ร่วมกิจกรรมพิเศษ “Duo experience” ซ้อนท้ายนักแข่งโมโตจีพีเพื่อสัมผัสกับที่สุดแห่งความแรงระดับโลก

   มิสเตอร์จิอานลูก้า ลอซซี่ ผู้จัดการทั่วไปและหัวหน้าทีมผู้ฝึกสอน เบิร์นรับเบอร์ ไรด์ดิ้ง อะคาเดมี่ แอนด์ แทร็คเดย์ กล่าวว่า “Burn Rubber Riding Academy & Track Days (เบิร์นรับเบอร์ ไรด์ดิ้งอะคาเดมี่ แอนด์ แทร็ค เดย์)เกิดขึ้นจากกระแสความนิยมมอเตอร์สปอร์ตที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทยผนวกกับความตั้งใจของบริษัทฯ ในการที่จะยกระดับและพัฒนาศักยภาพของผู้ขับขี่ที่สนใจการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์แนวมอเตอร์สปอร์ตให้สามารถต่อยอดไปถึงการเป็นนักแข่งอาชีพ และฝึกฝนทักษะสำหรับปรับใช้ในการขับขี่ในชีวิตประจำวัน โดยเน้นย้ำในเรื่อง “ความปลอดภัย” สูงสุด นอกจากการออกแบบเนื้อหาหลักสูตรที่มีความเข้มข้นและเจาะลึกในภาคทฤษฎี และต่อยอดสู่การสัมผัสประสบการณ์จริงในภาคปฏิบัติในสนามแล้ว ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังจะได้เรียนรู้ฝึกปฏิบัติ และรับคำแนะนำอย่างใกล้ชิดกับนักแข่งและผู้ฝึกสอนอาชีพทั้งชาวไทยและต่างชาติ ซึ่งล้วนแต่มีประสบการณ์ในการขับขี่การันตีความสามารถด้วยการแข่งขันในรายการใหญ่ๆ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยการเรียนการสอนทั้งหมดจะใช้สนามแข่งที่มีมาตรฐานสูงสุดในประเทศไทย ประกอบด้วย สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิตจังหวัดบุรีรัมย์ สนามไทยแลนด์เซอร์กิตจังหวัดนครปฐม และสนามพีระเซอร์กิตจังหวัดชลบุรี อีกทั้งยังมีทีมแพทย์ภาคสนาม (Doctor on track) ที่มีความเชี่ยวชาญพร้อมเข้าดูแลอย่างใกล้ชิดในทุกกิจกรรม โดยสถาบันฯ จะเปิดหลักสูตรต่อเนื่องตลอดทั้งปี (ยกเว้นเดือนมกราคมและระหว่างเดือนกรกฎาคม - กันยายน)และมีหลักสูตรที่ครอบคลุมเหมาะสำหรับมือใหม่จนถึงระดับนักแข่งมืออาชีพ โดยแบ่งหลักสูตรเป็น 6 ระดับซึ่งผู้สนใจจะต้องทดสอบวัดระดับความสามารถและความรู้เกี่ยวกับการขับขี่ด้วยเกณฑ์การวัดระดับที่มีมาตรฐานสากลก่อนร่วมกิจกรรม

   “Burn Rubber Riding Academy& Track Days” เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการสร้างปรากฏการณ์สะกดสายตาเหล่านักบิดทั้งชาวไทยและต่างชาติ กับที่สุดแห่งความเร็ว แรง ระดับโลก “Ride with the legends” (ไรด์วิธเดอะเลเจนด์)ที่ได้3สุดยอดนักแข่งโมโตจีพีฝีมือระดับท็อปอย่างลอริสคาปิรอซซี (Mr. Loris Capirossi)เจเรมี่แมควิลเลี่ยม(Mr. Jeremy McWilliams) และเฟาส์โตริชชี (Mr. Fausto Ricci)บินตรงมาร่วมเป็นผู้ฝึกสอนพิเศษ ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟครั้งนี้ ถูกแบ่งออกเป็น 10 กลุ่ม กลุ่มละไม่เกิน 5 คน ตามทักษะในการขับขี่หลังจากนั้นแต่ละกลุ่มจะต้องผ่านการเรียนอย่างเข้มข้นในภาคทฤษฎีในแต่ละหัวข้อ เริ่มต้นด้วย

  • Seating Positionเพื่อลบล้างและแก้ไขพฤติกรรมการขับขี่ที่ผิดวิธี โดยเน้นในเรื่องการจัดท่านั่งที่ร่างกายจะต้องเป็นหนึ่งเดียวกับรถ เก็บศอก เก็บเข่า ก้มโค้งแนบตัวถัง จากนั้นขยับตัวเพื่อหาจุดที่นั่งแล้วสบายที่สุด และหากมีปัญหาหัวเข่าเปิดไม่สามารถแนบตัวถังได้ ผู้ฝึกสอนได้แนะนำให้หันข้อเท้าให้ปลายเท้าหันเข้าหาตัวถัง โดยจะต้องฝึกเป็นประจำ เพื่อทำให้เกิดความเคยชิน อีกทั้งยังได้แนะนำเทคนิคการเร่งความเร็วที่สามารถลดความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อท่อนแขน หรือเทคนิคการกดฝ่าเท้าไปข้างหลังบริเวณส้นเท้า เพื่อทำให้อัตราเร่งเพิ่มขึ้น เป็นต้น
  • ต่อเนื่องด้วยเรื่อง Brakingสอนการใช้เบรกสำหรับลงสนามแข่ง โดยจะต้องใช้เบรกหน้าและเบรกหลังพร้อมกัน ให้ได้สัดส่วน 70:30 พร้อมเทคนิคการใช้เบรกหลังเพื่อชิงตำแหน่งในการแซงในสนามสำหรับการขี่ในสไตล์ Motocross รวมวิธีการหลีกเลี่ยงการใช้เบรกหน้า ซึ่งมีผลทำให้หลังยกล้อ หรือสะดุดล้มได้ง่าย และการเบรกเวลาเข้าโค้งที่ผู้ขับขี่จะต้องหาตำแหน่งในการเบรกที่เหมาะสมที่สุด (Braking Point) โดยให้มองจุดสังเกตความเร็วแล้วลองเบรกดูในแต่ละจุด ซึ่งถ้าเบรกแล้วความเร็วไม่ตก ให้ยึดว่าจุดนั้นคือ Braking Point และให้จำไลน์การเบรกนี้เพื่อใช้ในการขับขี่แต่ละรอบ เป็นต้น
  • จากนั้นเรียนรู้เรื่อง Visualหรือการมอง โดยผู้ฝึกสอนให้ผู้ขับขี่มองจุดสังเกตในสนามแข่งแบบ Multi คือ มองเห็นหลายจุด เพื่อการขับขี่ในไลน์ที่เราต้องการและสัมพันธ์กับความเร็วได้อย่างเหมาะสม
  • รวมถึงการเรียนในหัวข้อ Art of Corneringหรือการเข้าโค้งอย่างมีชั้นเชิง โดยผู้ฝึกสอนเน้นย้ำให้ผู้ขับขี่มองที่จุด Braking Point รวมถึงมุมในการเข้าโค้ง เพื่อให้รถที่ขี่เกิดความสัมพันธ์ระหว่างความเร็ว และแรงโน้มถ่วงภายในสนาม รวมถึงการจัดท่าโดยให้ถอยก้นไปด้านหลังในแต่ละการเข้าโค้ง จะช่วยเพิ่มวิสัยทัศน์ในการมองและเวลาการประมวลผลที่ดีขึ้น
  • ปิดท้ายด้วยเนื้อหาสุดพิเศษจากแบรนด์ยางชั้นนำระดับโลกอย่าง Michelin (มิชลิน) ในหัวข้อRubberหรือการเรียนรู้ประเภทยางและการเลือกใช้ยางให้เหมาะสมกับแต่ละสถานการณ์ โดยได้นำเสนอความแตกต่างของยางที่ใช้ในถนนปกติ ซึ่งจะเน้นปริมาณดอกยาง เพื่อเพิ่มพื้นที่ ในการยึดเกาะ และยางสำหรับขี่ในสนามที่ถูกพัฒนาให้มีดอกยางน้อยและมีพื้นสัมผัสของยางที่พิเศษกว่ายางปกติ รวมถึงเทคนิคการเติมลมยางระหว่างยางเย็นและยางร้อน ซึ่งจะต้องหาค่าลมที่เหมาะสมกับน้ำหนักของรถ และวิธีการสังเกตลมยางโดยการทดลองเบรก หากเบรกแล้วเกิดอาการสะบัด แสดงว่าลมยางอ่อนเกินไป แต่หากเบรกแล้วเกิดอาการกระตุก แสดงว่าลมยางมากเกินไป เป็นต้น 

   โดยหลังจากการเรียนจบในแต่ละหัวข้อ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมในแต่ละกลุ่มจะสลับกันลงสนามเพื่อทดสอบความสามารถและนำความรู้ที่ได้มาประยุกต์ใช้งานจริงซึ่งแต่ละกลุ่มจะนำหรือปิดท้ายโดย 3 สุดยอดนักแข่งโมโตจีพีและทีมผู้ฝึกสอนภาคสนามที่สลับผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันตลอดกิจกรรม 2 วันเต็ม เพื่อที่จะประเมินศักยภาพในการขับขี่และให้คำแนะนำอย่างตรงจุดหลังจากที่เสร็จสิ้นภาคทดสอบของกิจกรรมในแต่ละรอบและพิเศษสุดของการเปิดตัวสถาบันฯ อย่างเป็นทางการ กับกิจกรรมพิเศษDuo experience” ที่ท้าทายความกล้าของเหล่านักบิดชาวไทย15 คนที่ได้มีโอกาสซ้อนท้าย3 สุดยอดนักแข่งโมโตจีพีเพื่อสัมผัสกับที่สุดแห่งความแรงระดับโลก ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิตจังหวัดบุรีรัมย์ ก่อนที่จะปิดท้ายด้วยการ มอบประกาศนียบัตรให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน

   ทั้งนี้ Burn Rubber Riding Academy& Track Days”ได้รับความร่วมมือจากแบรนด์ระดับโลกมากมาย มาร่วมสร้างประสบการณ์ในครั้งนี้ ได้แก่ แบรนด์ยางชั้นนำระดับโลกMichelin (มิชลิน) ผู้นำนวัตกรรมเครื่องแต่งกายและอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยสำหรับผู้ขับขี่Alpinestars (อัลไพน์สตาร์)หมวกกันน็อค Shark (ชาร์ค)น้ำมันเครื่องและผลิตภัณฑ์ดูแลรถจักรยานยนต์IPONE (อิปปอน)กล้องแอคชั่นคาเมร่าGoPro (โกโปร)รวมถึงค่ายรถจักรยานยนต์ชั้นนำ อย่างAprilia (อาพรีเลีย)BMW Motorrad (บีเอ็มดับเบิลยูมอเตอร์ราด)Yamaha Riders Club (ยามาฮ่าไรเดอร์สคลับ)MV Agusta (เอ็มวีออกุสต้า) และ Honda BigWing(ฮอนด้า บิ๊กวิง)

 

ติดตามข่าวสารและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก Burn Rubber Riding Academy & Track Days

#RIDEWITHTHELEGENDS#BURNRUBBERACADEMY#TRACKDAYS

 

###