ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี ทุบสถิติยอดส่งมอบรถปี 2568ท่ามกลางความท้าทายของตลาด ผู้ผลิตรถชื่อดังแห่งซัง'อกาตาโบโลนเญสเดินหน้าสร้างความเติบโตต่อเนื่อง ด้วยจำนวนส่งมอบรถยนต์มากถึง 10,747 คัน สูงสุดเป็นประวัติการณ์

   ซัง'อกาตาโบโลนเญส20 มกราคม 2569–ออโตโมบิลิลัมโบร์กินีเดินหน้าสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างรวดเร็วประกาศผลประกอบการปี 2568ทำยอดส่งมอบรถยนต์ทะลุหลักหมื่นได้อีกครั้งด้วยผลงานที่เหนือกว่าปีก่อนทุบสถิติการส่งมอบรถยนต์รวมสูงสุดตลอดกาลที่ 10,747 คันทั่วโลกสะท้อนถึงกระแสตอบรับที่แข็งแกร่งจากตลาดและตอกย้ำความสำเร็จของกลยุทธ์การขับเคลื่อนสู่ระบบไฮบริดของแบรนด์ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากกลุ่มลูกค้าลัมโบร์กินีทั่วโลก

   มร.สเตฟานวิงเคิลมันน์ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารออโตโมบิลิลัมโบร์กินีกล่าวว่า “แม้ตลาดจะมีความท้าทายแต่เราก็รู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างมากกับผลประกอบการปี 2568ที่ผ่านมา ซึ่งยืนยันถึงขีดความสามารถอันโดดเด่นของแบรนด์ลัมโบร์กินีแม้อยู่ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ซับซ้อนแต่ผลการดำเนินงานได้สะท้อนถึงศักยภาพของเราในการอ่านเกมตลาดและความฉลาดในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์เพื่อตอบโจทย์ความคาดหวังของลูกค้าได้อย่างเป็นรูปธรรมแนวทางนี้มิได้ให้ความสำคัญกับการผลิตจำนวนรถให้ได้มากที่สุดแต่กลับเอื้อให้เราสามารถต่อยอดความสำเร็จจากการเติบโตในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้อย่างมั่นคง”

   ผลประกอบการปี 2568ยังชี้ให้เห็นถึงตลาดที่แข็งแกร่งใน 3 ภูมิภาคหลักโดยภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (EMEA)ยังคงเป็นตลาดอันดับหนึ่งของออโตโมบิลิลัมโบร์กินีด้วยยอดส่งมอบถึง 4,650 คันตามมาด้วยทวีปอเมริกา 3,347 คันและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) 2,750 คัน

   มร.เฟเดอริโก ฟอสชีนี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายและฝ่ายการตลาดระบุว่า “ปี 2568มีความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจระดับมหภาคอย่างมากซึ่งส่งผลให้แต่ละตลาดที่เราดำเนินธุรกิจเกิดความเคลื่อนไหวที่แตกต่างกันแต่ด้วยการเดินหน้ากลยุทธ์ที่วางแผนไว้อย่างรอบคอบตั้งแต่กิจกรรมเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความสามารถในการแข่งขันสูงไปจนถึงแนวทางการจัดจำหน่ายที่ออกแบบมาเพื่อรักษาภาพลักษณ์ระดับเอ็กซ์คลูซีฟของกลุ่มผลิตภัณฑ์ทำให้ลัมโบร์กินีสามารถทำผลประกอบการได้อย่างโดดเด่นความสำเร็จครั้งนี้ยังได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายที่ทำงานร่วมกับทีมงานในแต่ละภูมิภาคอย่างใกล้ชิด”

   หัวใจสำคัญของความสำเร็จมาจากรถยนต์ 2 รุ่นที่ถือเป็นจุดเริ่มต้นของยุครถยนต์พลังงานไฟฟ้าของออโตโมบิลิลัมโบร์กินีได้แก่ รุ่นRevuelto[1]ซูเปอร์สปอร์ตคาร์เครื่องยนต์ไฮบริดV12 HPEV รุ่นแรกของแบรนด์และรุ่นUrus SE[2]รถยนต์ Super SUV เวอร์ชั่นปลั๊กอินไฮบริดจากโรงงานซัง'อกาตาโบโลนเญสเสริมทัพด้วยรุ่นTemerario[3]ในปี 2569ซึ่งได้โชว์สุดยอดสมรรถนะอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาณสนามเอสโตริลประเทศโปรตุเกสหลังประกาศเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2567โดยการส่งมอบTemerarioแก่ลูกค้าจะเริ่มต้นในเดือนมกราคมนี้ซึ่งในขณะนี้มีการยอดสั่งจองครอบคลุมตลอด 12 เดือนข้างหน้าและด้วยผลสำเร็จเหล่านี้ ทำให้ออโตโมบิลิลัมโบร์กินีตอกย้ำหมุดหมายการเป็นผู้ผลิตซูเปอร์สปอร์ตระดับลักซ์ชัวรีเพียงรายเดียวที่มี “ไลน์อัพรถยนต์ไฮบริดทั้งหมด”ซึ่งทำให้แบรนด์รถจากซัง'อกาตาโบโลนเญสมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างอย่างชัดเจนในอุตสาหกรรมยานยนต์

   ในปีที่ผ่านมาบริษัทฯ ยังมีอีเวนต์ผลิตภัณฑ์ใหญ่ ๆ อีก 2 รายการโดยอีเวนต์แรกเกิดขึ้นที่งานGoodwood Festival of Speed เดือนกรกฎาคมแบรนด์ได้เผยโฉมรถยนต์รุ่นTemerario GT3 รถแข่งรุ่นแรกที่ต่อยอดจากโปรเจกต์Temerarioซึ่งออกแบบมาสำหรับทีมลูกค้าเพื่อเตรียมลงแข่งในรายการระดับโลกGT3 ในปี 2569 นอกจากนี้ยังเป็นรถแข่งคันแรกที่แผนกLamborghini Squadra Corse ได้ทำการคิดค้นพัฒนาและผลิตเองทั้งหมด

   อีกหนึ่งอีเวนต์เกิดขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคมในงานMonterey Car Week ลัมโบร์กินีได้เปิดตัวFenomeno[4]รุ่นลิมิเต็ดผลิตจำนวนจำกัดเพียง 29 คันโดยFenomenoติดตั้งเครื่องยนต์V12 ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่ลัมโบร์กินีเคยพัฒนามาผสานกับสถาปัตยกรรมไฮบริดซึ่งให้กำลังรวม 1,080 แรงม้า ถือเป็นที่สุดแห่งสมรรถนะและระบบวิศวกรรมยานยนต์ของแบรนด์รถยนต์รุ่นนี้ยังสะท้อนถึง “Design Manifesto” แนวใหม่ของลัมโบร์กินีเพื่อผลักดันเอกลักษณ์งานออกแบบระดับไอคอนิกของแบรนด์ไปสู่จุดสูงสุดและยังเปิดตัวในโอกาสการฉลองครบรอบ 20 ปีของLamborghini Centro Stile อย่างเป็นทางการจึงทำให้รถยนต์รุ่นนี้เปี่ยมด้วยความหมายต่อแบรนด์มากยิ่งขึ้น

   ผลประกอบการปี 2568ไม่เพียงยืนยันความแข็งแกร่งด้านกลยุทธ์ของออโตโมบิลิลัมโบร์กินีแต่ยังสะท้อนถึงความสามารถของบริษัทฯ ในการพัฒนาการเติบโตโดยที่ยังรักษาตัวตนของแบรนด์เอาไว้อย่างชัดเจนท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมยานยนต์แบรนด์ดังแห่งซัง'อกาตาโบโลนเญสยังคงยืนหยัดด้วยวิสัยทัศน์นวัตกรรมและความสามารถในการมุ่งสู่อนาคตโดยไม่เคยละทิ้งรากฐานที่ทำให้ลัมโบร์กินีกลายเป็นแบรนด์ไอคอนระดับโลก

   [1] รุ่นRevuelto: อัตราการใช้พลังงาน (คิดเฉลี่ยน้ำหนักรวม): 4.7 กิโลวัตต์-ชั่วโมง/100 กม. และ 15 ลิตร/100 กม. อัตราการปล่อยไอเสีย (คิดเฉลี่ยน้ำหนักรวม): 350 กรัม/กม. ระดับไอเสีย (คิดเฉลี่ยน้ำหนักรวม): G ระดับไอเสียเมื่อแบตเตอรี่หมด: G อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเมื่อแบตเตอรี่หมด (รวม): 17.9 ลิตร/100 กม.

   [2] รุ่นUrus SE: อัตราการใช้พลังงาน (คิดเฉลี่ยน้ำหนักรวม): 21.4 กิโลวัตต์-ชั่วโมง/100 กม. และ 5.71 ลิตร/100 กม. อัตราการปล่อยไอเสีย (คิดเฉลี่ยน้ำหนักรวม): 140 กรัม/กม.ระดับไอเสีย (คิดเฉลี่ยน้ำหนักรวม): E ระดับไอเสียเมื่อแบตเตอรี่หมด: G อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเมื่อแบตเตอรี่หมด (รวม): 12.9 ลิตร/100 กม.

   [3] รุ่นTemerario: อัตราการใช้พลังงาน (คิดเฉลี่ยน้ำหนักรวม): 4.3 กิโลวัตต์-ชั่วโมง/100 กม. และ 11.2 ลิตร/100 กม. การปล่อยไอเสีย (คิดเฉลี่ยน้ำหนักรวม): 272 กรัม/กม.ระดับไอเสีย (คิดเฉลี่ยน้ำหนักรวม): G ระดับไอเสียเมื่อแบตเตอรี่หมด: G อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเมื่อแบตเตอรี่หมด (รวม): 14 ลิตร/100 กม.

   [4] รุ่นFenomeno: รถรุ่นนี้ยังไม่วางจำหน่ายจึงไม่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดตามข้อกำหนดDirective 1999/94/EC ข้อมูลอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและการปล่อยไอเสียอยู่ระหว่างกระบวนการรับรองแบบ

 

ดาวน์โหลดรูปภาพและวิดีโอที่ media.lamborghini.com

ดูรายละเอียดของออโตโมบิลี ลัมโบร์กินี ได้ที่ www.lamborghini.com

###