ศน.รวมพลัง 5 ศาสนาจัดพิธีมหามงคลถวายพระราชกุศลในหลวง

   วันที่ 25 กรกฎาคม 2566 เวลา 14.00 น. นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีทางศาสนามหามงคล 5 ศาสนา เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2566 โดยมี นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา พร้อมด้วย ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้นำองค์การศาสนา ศาสนิกชน และองค์กรเครือข่าย เข้าร่วมในพิธี ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร

   นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2566 กรมการศาสนา (ศน.) กำหนดจัดพิธีทางศาสนามหามงคล 5 ศาสนาถวายพระพรชัยมงคล ถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 25 กรกฎาคม 2566 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เวลา 14.00 น. โดยมีผู้นำองค์การศาสนา 5 ศาสนาร่วมประกอบพิธี ได้แก่ ศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และศาสนาซิกซ์ ประกอบพิธีทางศาสนามหามงคล 5 ศาสนา โดยศาสนาพุทธ พระสงฆ์ 10 รูป เจริญพระพุทธมนต์ ศาสนาอิสลาม ประกอบพิธีดุอาอ์ขอพร ศาสนาคริสต์ ประกอบพิธีอธิษฐานภาวนาขอพร ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู สวดถวายพระพร และศาสนาซิกข์ สวดอัรดาสขอพรจากพระศาสดา และจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์นวัคคหายุสมธัมม์ ในวันที่ 26 กรกฎาคม 2566 เวลา 14.00 น. ณ วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม

   นอกจากนี้ ศน.ยังร่วมกับวัดและองค์กรเครือข่ายทางศาสนา ทั้งส่วนกลางและในส่วนภูมิภาคร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด 76 จังหวัดทั่วประเทศ จัดกิจกรรมตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ ได้แก่ การเจริญพระพุทธมนต์สมโภชพระเจดีย์หรือพระพุทธรูปสำคัญประจำจังหวัด การจัดกิจกรรมเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ในมิติทางศาสนา การจัดกิจกรรมจิตอาสาในมิติทางศาสนา การจัดแสดงสื่อนิทรรศการและวีดีทัศน์เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในฐานะเอกอัครศาสนูปถัมภก ทรงอุปถัมภ์ค้ำจุนส่งเสริมทุกศาสนาในประเทศไทยใต้ร่มพระบารมี โดยแต่ละศาสนายังกำหนดจัดพิธีทางศาสนาเฉลิมพระเกียรติของแต่ละศาสนา จัดกิจกรรมจิตอาสา และกิจกรรมเทิดทูนสถาบันพระกษัตริย์ถวายพระพรชัยมงคลให้ทรงมีพระชนมพรรษายิ่งยืนนานเป็นมิ่งขวัญของพสกนิกรสืบไป

   นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวเพิมเติมว่า ด้วยรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและถวายความจงรักภักดี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประกอบพระราชกรณียกิจในด้านศาสนา เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ อาทิ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ตามฤดูกาล ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน และวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ทั้งยังเสด็จพระราชดำเนินในพิธีและโอกาสสำคัญของศาสนาต่างๆ อาทิ งานเมาลิดกลางของชาวไทยมุสลิม พิธีพระราชทานรางวัลแก่กรรมการอิสลามในจังหวัดภาคใต้ พิธีพระราชทานรางวัลการทดสอบการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานระดับประเทศ เสด็จออกทรงรับสมเด็จพระสันตะปาปา ประมุขแห่งนครรัฐวาติกันเมื่อปี 2562 พร้อมกันนี้เพื่อเป็นการร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นการส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนได้น้อมนำหลักธรรม และพิธีกรรมของแต่ละศาสนา มาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน อันเป็นการส่งเสริมคุณธรรมและเห็นคุณค่าของวัฒนธรรมและพิธีกรรมที่ดีงาม เป็นการร่วมกันอนุรักษ์ สืบทอดอย่างยั่งยืนให้คงอยู่คู่ประเทศไทย

###