สแกนเนียกระตุ้นภาครัฐเตรียมความพร้อมรองรับมาตรฐานยูโร 5 ปี 2567

   สแกนเนียพร้อมก้าวสู่มาตรฐานปล่อยไอเสียยูโร 5 ของประเทศไทยในปี พ.ศ.2567 กระตุ้นภาครัฐเร่งกำหนดวางแผนนโยบาย (RoadMap) ให้ชัดเจน รวมถึงการออกมาตรการรองรับในระบบการขนส่ง

   จากการที่ประเทศไทยเตรียมออกมาตรการทางกฎหมายให้รถทุกขนาดเข้าสู่เกณฑ์มาตรฐานยูโร 5 เพื่อให้การควบคุมมลพิษรถยนต์ในประเทศไทยเป็นไปได้อย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567ล่าสุดสแกนเนีย สยาม สนับสนุน และพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลง เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจขนส่งและสิ่งแวดล้อมในประเทศไทยซึ่งบริษัทสแกนเนียมีเทคโนโลยีไปถึงเครื่องยนต์มาตรฐานยูโร 6 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

   นายโจฮัน คลาสัน ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาดและหัวหน้างานด้านความยั่งยืน บริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัด เปิดเผยว่าภารกิจหลักของสแกนเนีย คือขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง สู่ระบบการขนส่งอย่างยั่งยืน ซึ่งการปรับมาตรฐานของประเทศไทยในครั้งนี้จะช่วยลดมลพิษทางอากาศได้อย่างดีแน่นอนและยังถือเป็นการปรับปรุงระบบอุตสาหกรรมการขนส่งทางถนนของประเทศให้มีความทันสมัยซึ่งสแกนเนียได้สนับสนุนและส่งเสริมนโยบายนี้มาเป็นเวลานานในที่สุดก็เริ่มเห็นรูปธรรมอย่างชัดเจนขึ้นจากรัฐบาลไทยแต่ทั้งนี้อยากให้ภาครัฐมีการกำหนดวางแผนนโยบาย(RoadMap) ให้มีความชัดเจน รวมถึงการออกมาตรการรองรับในระบบการขนส่ง นายโจฮันกล่าวว่า ในช่วง 15 ปี ที่ผ่านมา การพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องยนต์เป็นไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เครื่องยนต์มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยทวีปยุโรปได้บังคับใช้มาตรฐานยูโร 6 ไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ.2554

   “หลายปีที่ผ่านมา ช่วงปลายปีแบบนี้ยาวไปจนถึงต้นปีถัดไป คนไทยจะเห็น ฝุ่น PM2.5 ในอากาศได้ด้วยตาเปล่า ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นถึงคุณภาพอากาศที่แย่เอามากๆ ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพของคน และแน่นอนว่ากระทบต่อสภาพโลกร้อน และความรุนแรงของภัยธรรมชาติ สิ่งที่สแกนเนียอยากเห็นต่อไปก็คือการผลักดันให้ประเทศไทยใช้มาตรฐานยูโร 6 ซึ่งเทคโนโลยีที่สูงขึ้นของสแกนเนียจะส่งผลให้เครื่องยนต์มีประสิทธิภาพมากขึ้นใช้เชื้อเพลิงน้อยลง ซึ่งเชื่อมโยงกับการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่น้อยลงและค่าเชื้อเพลิงที่ต่ำลงสิ่งสำคัญคือความพร้อมของผู้ผลิต และนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐเช่นหลายประเทศใช้การลดภาษีสำหรับรถที่เป็นไปตามมาตรฐานใหม่ และการปลดระวางรถยนต์ที่มีอายุยาวนาน ตลอดจนสร้างกฎเกณฑ์ในการจำกัดการปล่อยมลพิษในบางพื้นที่เช่น ในใจกลางเมืองแหล่งที่อยู่อาศัย แน่นอนว่าสแกนเนียดำเนินการพัฒนารถขนส่งระบบไฟฟ้า (BEV) มาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันสามารถบรรทุกสิ่งของได้มากขึ้น วิ่งงานได้ระยะทางไกลขึ้นเราจำเป็นต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีความยั่งยืนสำหรับผู้คนทั่วโลก” นายโจฮันกล่าว

   ด้านนายณรงค์ฤทธิ์ อิทธิสารรณชัย ผู้จัดการฝ่ายสนับสนุนการขาย บริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัด กล่าวเสริมว่า เครื่องยนต์มาตรฐานยูโร 5 เมื่อเทียบกับยูโร 3 ในปัจจุบัน จะสามารถช่วยลดมลภาวะในอากาศค่าPMได้ต่ำกว่าเดิมถึง 10 เท่า และยังช่วยให้ประหยัดน้ำมันขึ้นอีกประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งส่งผลที่ดีทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและต้นทุนของผู้ประกอบการอีกด้วย ทางสแกนเนีย สยาม เองมีความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงตามมาตรฐานยูโร5 มานานแล้ว เพียงแต่ต้องการความชัดเจนจากภาครัฐถึงแผนการดำเนินการนโยบายดังกล่าว เพื่อวางแผนการผลิตรถสำหรับตลาดในประเทศไทย และยกระดับให้ธุรกิจขนส่งในประเทศเติบโตอย่างยั่งยืนอีกด้วย

###