ทีเส็บ เปิดโครงการใหม่ ‘Meetings and Incentives Market Champion’ จับมือสองพันธมิตรเอกชน เจาะข้อมูลการตลาดเชิงลึก เล็งเพิ่มลูกค้าใหม่ภาค M&I

   สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ จับมือสมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) หรือ ทิก้า และสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว หรือแอ็ตต้า(ATTA) เปิดตัวโครงการ‘M&I Redefine – M&I Market Champion’ ภายใต้ความร่วมมือของทั้ง 3 องค์กรเป็นครั้งแรก มุ่งเจาะข้อมูลการตลาดเชิงลึกเพื่อต่อยอดโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ให้กับประเทศ

นางนิชาภา ยศวีร์ รองผู้อำนวยการ สายงานธุรกิจ ทีเส็บ  

 

   นางนิชาภา ยศวีร์ รองผู้อำนวยการ สายงานธุรกิจ ทีเส็บ  กล่าวว่า “โครงการ ‘M&I Redefine – M&I Market Champion’ ช่วยตอกย้ำบทบาทของทีเส็บในฐานะองค์กรพันธมิตร ภายใต้แบรนด์ใหม่ ‘Thailand Redefine Your Business Event’ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เราจะวางกลยุทธ์ส่งเสริมการจัดประชุมและการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล (Meetings & Incentives) หรือ M&I ร่วมกับพันธมิตรอย่างสมาคมทิก้าและสมาคมATTA เพื่อค้นหาแนวทางที่จะทำให้เราเข้าใจตลาดได้ดีและลึกซึ้งยิ่งขึ้น”

   นางนิชาภากล่าวเสริมว่า “ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในครั้งนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญของทีเส็บในการออกแบบแนวทาง กลยุทธ์และแคมเปญทางการตลาดให้กับประเทศไทยเพื่อดึงดูดคู่ค้ากลุ่มธุรกิจภาคการจัดประชุมและการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลรายใหม่ๆ จากตลาดสำคัญทั่วทุกมุมโลก”

   ในการดำเนินงานของโครงการนี้ พันธมิตรทั้งสามจะแต่งตั้งตัวแทนหรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำหน้าที่ดูแลตลาดต่างประเทศแต่ละตลาด รวมทั้งตลาดเฉพาะกลุ่ม บทบาทของตัวแทนจากสมาคมทิก้าและสมาคมแอ็ตต้าจะครอบคลุมถึงการเป็นที่ปรึกษาให้กับฝ่ายส่งเสริมการประชุมและการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล (M&I) ของทีเส็บและให้ความเห็นเกี่ยวกับทิศทางกลยุทธ์ แผนการตลาด แนวคิด และโครงการใหม่ๆ ของฝ่าย M&I ของทีเส็บในขณะเดียวกันก็ติดตามความเคลื่อนไหวพร้อมให้ข้อมูลด้านความเคลื่อนไหวของตลาดแนวโน้มทางการตลาดที่สำคัญ และประเด็นที่น่าจับตามองในแต่ละตลาด เพื่อ นอกจากนี้ยังมีหน้าที่เพิ่มเติมในการให้ข้อเสนอแนะที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วของตลาดในภาค M&I อีกด้วย

   ทีมงาน ‘M&I Redefine – M&I Market Champion’ ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านตลาด M & I ในตลาดต่างประเทศต่างๆ จากทีเส็บ สมาคมทิก้า และสมาคมแอ็ตต้า 17 คน ดังนี้

   ตัวแทน 5 คนจากทีเส็บ ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญตลาดยุโรปจีน ไต้หวันและฮ่องกง1 คนผู้เชี่ยวชาญตลาดละตินอเมริกา แอฟริกาใต้ อเมริกาเหนือ โอเชียเนีย รัสเซียและเครือรัฐเอกราชญี่ปุ่นและเกาหลี 1 คนผู้เชี่ยวชาญตลาดอินเดียและตลาดอินโดจีน+เมียนมาร์ 1 คน ผู้เชี่ยวชาญตลาดอาเซียน 1 คน และผู้เชี่ยวชาญตลาดเฉพาะกลุ่ม 1 คน ได้แก่ กลุ่ม Luxury กลุ่มตลาดการจัดงานอย่างยั่งยืนและกลุ่ม Area-based (การจัดงานในหัวเมืองรอง)

   ตัวแทน 9 คนจากทิก้า ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญตลาดยุโรป 1 คนผู้เชี่ยวชาญตลาดอินเดีย ละตินอเมริกา และแอฟริกาใต้ 1 คน ผู้เชี่ยวชาญตลาดอเมริกาเหนือ (สหรัฐอเมริกาและแคนาดา) 1 คนผู้เชี่ยวชาญตลาดโอเชียเนีย 1 คนผู้เชี่ยวชาญตลาดอาเซียน 1 คนผู้เชี่ยวชาญตลาดญี่ปุ่นและเกาหลี 1 คนและผู้เชี่ยวชาญตลาดเฉพาะกลุ่ม ได้แก่กลุ่ม Luxury 1 คน กลุ่มตลาดการจัดงานอย่างยั่งยืน1 คนและกลุ่ม Area-based (การจัดงานในหัวเมืองรอง) 1 คน

   ตัวแทน 3 คนจากแอ็ตต้า ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญตลาดจีน 1 คนผู้เชี่ยวชาญตลาดรัสเซียและเครือรัฐเอกราช 1 คน และผู้เชี่ยวชาญตลาดไต้หวันและฮ่องกง 1 คน

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

   ในช่วงปีงบประมาณ 2562 ฝ่ายส่งเสริมการจัดประชุมและการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล ทีเส็บ ได้มอบการสนับสนุนนักเดินทางกลุ่ม M&I ทั้งหมด 286 กลุ่ม ประกอบด้วยผู้เข้าร่วมงานรวม 199,458 คน ดึงรายได้เข้าประเทศ 15,185.50 ล้านบาท

   จากกลุ่มนักเดินทางทั้งหมด แบ่งออกเป็นนักเดินทางจากประเทศในกลุ่มอาเซียน 112 กลุ่ม (ผู้เข้าร่วมงาน 22,448 คน)เอเชียใต้ 51 กลุ่ม (ผู้เข้าร่วมงาน 32,381 คน)เอเชียเหนือ 46 กลุ่ม (ผู้เข้าร่วมงาน 111,556 คน)โอเชียเนีย 23 กลุ่ม (ผู้เข้าร่วมงาน 4,636 คน)ยุโรปและตะวันออกกลาง 6 กลุ่ม (ผู้เข้าร่วมงาน 12,944 คน)อเมริกา 4 กลุ่ม (ผู้เข้าร่วมงาน 1,951 คน) และกลุ่มประเทศCLMV ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม รวมกันทั้งหมด 44 กลุ่ม (ผู้เข้าร่วมงาน 10,542 คน)

   ในบรรดานักเดินทาง 286 กลุ่มนี้ มีกลุ่มขนาดใหญ่ที่มีนักเดินทางเข้าร่วมงานต่อกลุ่มมากกว่า 3,000คน จำนวน 13 กลุ่ม คิดเป็นนักเดินทางทั้งหมด 110,080 คน สร้างรายได้ให้กับประเทศ 8,380.82 ล้านบาท ประกอบด้วยกลุ่มนักเดินทางจากจีน 11 กลุ่ม (87,080 คน)อินเดีย 1 กลุ่ม (11,000 คน) และดูไบ 1 กลุ่ม (12,000 คน)

   ช่วงไตรมาสที่ 1 ถึงไตรมาสที่ 3 ชองปีงบประมาณ 2562 ประเทศไทยได้ต้อนรับนักเดินทางกลุ่มไมซ์จากต่างประเทศแล้ว 967,828 คน ประกอบด้วยนักเดินทางเพื่อการประชุม 249,371 คน คิดเป็นร้อบละ 25.77 และนักเดินทางกลุ่มการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล 274,093 คน คิดเป็นร้อยละ 28.32 โดย 5 ตลาดที่ใหญ่ที่สุดของกลุ่มธุรกิจการจัดการประชุม ได้แก่ จีนญี่ปุ่นมาเลเซียอินเดีย และอินโดนิเซีย และของกลุ่มการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล ได้แก่ จีนอินเดียอินโดนิเซียญี่ปุ่นและไต้หวัน ตามลำดับ

###