โรลส์–รอยซ์ เปิดตัวนิว แฟนธอม ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39

   ภายในบูธ โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส ผู้ให้บริการชั้นยอดแห่งความหรูหราในด้านยานยนต์ ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39 กอปรไปด้วย:

   ⦁ การเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ครั้งแรกในไทยของสุดยอดยนตรกรรมแห่งความหรูหรา: โรลส์-รอยซ์ นิว แฟนธอม
   ⦁ ผลงานศิลปะชั้นยอด เคียงข้างนิว แฟนธอมที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากประเทศไทย ซึ่งเกิดจากการร่วมงานกันระหว่างโรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส แบงคอก และช่างทางด้านกระเบื้องถ้วยชามขั้นสูง ของ พอร์เซเลน มานูฟาคทัว นิมเฟนบัวร์ก (Porzellan Manufaktur Nymphenburg) ประเทศเยอรมนี
   ⦁ ยนตรกรรมชั้นยอดรุ่นอื่นๆเช่น โรลส์-รอยซ์ โกสต์ (Ghost), เรธ (Wraith) และ ดอว์น (Dawn)

 

ปฐมบทใหม่แห่งตำนาน

   ภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39 นี้ โรลส์-รอยซ์ หวนคืนสู่บัลลังค์ กับ ปฐมบทแห่งความหรูหราของยนตรกรรมในประเทศไทย ในครั้งนี้ทางแบรนด์ได้จัดแสดงยนตรกรรม แฟนธอม รุ่นฐานล้อยาว (Phantom Extended Wheelbase) สู่สายตาลูกค้าชาวไทย ซึ่งเป็นตลาดสำคัญในภูมิภาคเอเชียที่ชื่นชอบลิมูซีนรุ่นฐานล้อยาวระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี

   โดยในกาลแรกของการเผยโฉม นิว แฟนธอม คุณเอียน แกรนท์ ผู้จัดการฝ่ายขายสำหรับองค์กรธุรกิจทั่วโลกประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส กล่าวว่า “ยนตรกรรมนิว แฟนธอม ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามในประเทศไทย นับเป็นไอคอนเรือธงของแบรนด์ซึ่งถือเป็นปฐมบทใหม่แห่งตำนานในการยกระดับมาตรฐานของความหรูหรา ความพิเศษและดีไซน์เด่นชัดแฝงความหรูหราและระบบวิศวกรรมล้ำสมัย เพื่อแสดงถึง งานหัตถศิลป์สุดประณีตคุณภาพระดับเวิลด์คลาสที่ดีที่สุดที่โรลส์-รอยส์ได้สรรหามา

   นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1925 โรลส์-รอยซ์ แฟนธอม รุ่นฐานล้อยาว (Extended Wheelbase) ได้กลายเป็นยานยนต์ยอดนิยมของเหล่าบุรุษและสตรีผู้ทรงอิทธิพลและทรงอำนาจสูงสุดของโลกมาโดยตลอด โดยในวันนี้ ตำนานแห่งความหรูหราระดับมาสเตอร์พีซได้ถูกเขียนขึ้นใหม่ เพื่อยกระดับมาตรฐานของความเป็น ซูเปอร์ลักซ์ชัวรี ที่แท้จริง

 

ห้องแสดงผลงานศิลปะอันได้แรงบัลดาลไทยจากประเทศไทย (Gallery Art Inspired by Thailand)

   นิว แฟนธอม เป็นยนตรกรรมหรูหราหนึ่งเดียวในโลกที่เปรียบเสมืองดั่งห้องแสดงผลงานศิลปะเคลื่อนที่ บริเวณแผงหน้าปัดเอื้อต่อการใช้งานรูปแบบใหม่ โดยจัดให้เป็นพื้นที่แสดงผลงานศิลปะที่ผลิตขึ้นเป็นพิเศษ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มพื้นที่ในการแสดง อัตลักษณ์ของผู้เป็นเจ้าของ นิว แฟนธอม ให้เด่นชัดมากยิ่งขึ้น โดยภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39 นี้ ทางโรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส ได้จัดแสดงผลงานศิลปะชั้นสูงใน นิว แฟนธอม โดยได้แรงบันดาลใจมาจากดอกไม้ประจำชาติไทย กล่าวคือ “ดอกราชพฤกษ์”

   ตามข้อมูลจากสำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ ดอกราชพฤกษ์ หรือ ดอกคูน เป็นดอกไม้ที่พบได้อย่างแพร่หลายในทุกภูมิภาคของไทยและได้รับการนับถือว่าเป็น “ไม้มงคลนาม” ลำต้นของราชพฤกษ์แข็งแกร่ง อายุยืน มีทรวดทรงและพุ่มงาม โดยเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2544 คณะรัฐมนตรีได้ประกาศให้ดอกราชพฤกษ์เป็นดอกไม้ประจำชาติไทย

 

นิมเฟนบัวร์ก และ โรลส์-รอยซ์ 

   ผลงานศิลปะระดับสูงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดอกราชพฤกษ์นี้ เกิดจากการร่วมงานกันระหว่าง โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส แบงคอก และ ช่างทางด้านกระเบื้องถ้วยชามขั้นสูงของพอร์เซเลน มานูฟาคทัว นิมเฟนบัวร์ก (Porzellan Manufaktur Nymphenburg) ประเทศเยอรมนี

   “เมื่อปี 2016 โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส แบงคอก ได้เปิดตัวรถยนต์โรลส์-รอยซ์ โกสต์ รุ่น คชมงคล ซึ่งมีเพียงคันเดียวในโลก จากการออกแบบพิเศษแบบ “บีสโป๊ค” (Bespoke) ซึ่งเป็นการสร้างสรรค์งานศิลป์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของผู้ใช้รถ โรลส์-รอยซ์แต่ละท่าน ซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ดีและเป็นที่ชื่นชอบ ในครั้งนี้ เพื่อเป็นการแสดงถึงความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมไทย ทางโรลส์-รอยซ์ ได้สรรสร้างสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมไทยส่งผ่านทางนิว แฟนธอม นับเป็นยนตรกรรมเพียงหนึ่งเดียวที่อยู่เหนือยอดแห่งทุกขีดจำกัด” กล่าวโดย คุณสุนทรพันธ์ เตชะเทศ ผู้จัดการทั่วไป โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส แบงคอก

   คุณแอนเดอร์ส ทอมัส ซีอีโอ แห่ง พอร์เซเลน มานูฟาคทัว นิมเฟนบัวร์ก กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานศิลปะที่จัดแสดงในงานนี้ว่า“ผลงานศิลปะชิ้นนี้ได้ถ่ายทอดความงามของดอกราชพฤกษ์ตั้งแต่ยังเป็นดอกตูมจนกระทั่งผลิบานเต็มที่ ซึ่งต้องอาศัยเทคนิคการปั้นที่ละเอียดอ่อนอย่างที่สุดในการปั้นแต่ละชิ้นส่วนด้วยพอร์ซเลนคัดพิเศษที่ขาวบริสุทธิ์ที่สุด ใบแต่ละใบ ดอกแต่ละดอก ล้วนเป็นชิ้นงานหัตกรรมที่มีเพียงหนึ่งเดียว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของช่างศิลป์ของนิมเฟนบัวร์ก ไม่ต่างไปจากวิศรกรของโรลส์-รอยซ์ที่สร้างสรรค์นิว แฟนธอม”

 

ระบบวิศวกรรมเพื่อยานยนต์ระดับมาสเตอร์พีซ

 

   รถยนต์แฟนธอมรุ่นที่ 8 หรือนิว แฟนธอม นำเสนอดีไซน์แบบร่วมสมัย โดยตีความจากความเป็น โรลส์-รอยซ์ แบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นเหมือนดั่งสัญลักษณ์ที่แสดงถึงอัตลักษณ์อันทรงพลังของ โรลส์-รอยซ์

 

   คุณเอียน แกรนท์ ผู้จัดการฝ่ายขายสำหรับองค์กรธุรกิจทั่วโลกประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส กล่าวว่า “นวัตกรรมอันล้ำหน้าใน นิว แฟนธอม เป็น ‘สถาปัตยกรรมแห่งความหรูหรา’ ด้วยโครงสร้างอลูมิเนียมรูปแบบใหม่ ตอกย้ำว่า นิว แฟนธอม คือสายพันธุ์แห่งยานยนต์โรลส์-รอยซ์ ที่แท้จริง ทั้งในด้านสถาปัตยกรรมและสัดส่วนยานยนต์ ซึ่งพร้อมมอบ “การขับขี่ที่นุ่มนวลราวพรมวิเศษ” ที่เหนือระดับในทุกสภาวะ ด้วยโครงสร้างที่มีน้ำหนักเบาขึ้น แข็งแกร่งขึ้น เงียบขึ้น และล้ำหน้ากว่าด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงสุด เป็นสิ่งที่ทางเรามั่นใจว่า โรลส์-รอยซ์ นิว แฟนธอม จะเป็นสัญลักษณ์ใหม่แห่งความหรูหราในประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่เราให้ความสำคัญมากเป็นอันดับต้น ๆ ”

 

   ประสบการณ์ “การขับขี่ที่นุ่มนวลราวพรมวิเศษ” ได้รับการปรับปรุงคุณภาพไปสู่จุดที่ทำให้รถยนต์โรลส์-รอยซ์ นิว แฟนธอมแทบไร้เสียงรบกวน ด้วยเทคโนโลยีแบบบูรณาการ ทั้งการใช้ฉนวนกันเสียงที่มีน้ำหนักมากกว่า 130 กิโลกรัม, เครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.75 ลิตรรุ่นใหม่ โดยเครื่องยนต์ V12 รุ่นใหม่ของแฟนธอมใช้ตัวอัดบรรจุอากาศเทอร์โบแบบคู่ ซึ่งมอบแรงบิดต่ำสุดที่ 900 นิวตันเมตรในระดับการหมุนเหลือเชื่อที่ 1,700 รอบต่อนาที โดยยังคงมอบพลังขับเคลื่อนสูงถึง 563 แรงม้าหรือ 420 กิโลวัตต์ ทำให้สามารถวิ่งได้เงียบแม้ในระดับความเร็วต่ำ อีกทั้งยังมอบความรู้สึกพิเศษของการโดยสารและไร้การกระตุกของเครื่องเมื่อต้องการเร่งความเร็ว

 

   สิ่งที่มาพร้อมกับความแข็งแกร่งขั้นสุดยอดของโครงสร้างแบบ Spaceframe คือโครงช่วงล่างที่มอบความสะดวกสบายที่สุดในรถยนต์คลาสเดียวกัน ด้วยระบบกันสะเทือนแบบอากาศและระบบการควบคุมโครงช่วงล่างที่ดีเยี่ยม รวมถึงติดตั้งพวงมาลัยขับเคลื่อนสี่ล้อ ซึ่งทำงานประสานกันเพื่อมอบความสบายแก่ผู้โดยสารในทุกสภาวะการขับขี่ ซึ่งเมื่อวิศวกรด้านการทดสอบเสียงของ โรลส์-รอยซ์ มาทำการตรวจสอบผลการขับขี่บนถนนและการสั่นสะเทือนเป็นครั้งแรก ปรากฏว่ารถยนต์มีระดับเสียงต่ำมากจนเขาต้องตรวจสอบอุปกรณ์วัดเสียงว่าวัดค่าได้ถูกต้องแน่หรือไม่

 

   นอกจากนี้ นิว แฟนธอม ยังได้ติดตั้ง “Flagbearer” เอาไว้ ซึ่ง Flagbearer นี้ (ชื่อมีที่มาชวนให้นึกถึงคนโบกธงที่ทำหน้าที่โบกธงแดงหน้ารถยนต์สมัยก่อน) คือระบบกล้องสเตอริโอไว้กับกระจกหน้ารถเพื่อให้มองเห็นถนนข้างหน้าในระยะไกล จึงสามารถปรับค่าระบบกันสะเทือนล่วงหน้าได้ในระดับความเร็วสูงถึง 100 กม./ชม. ทั้งยังมีการติดตั้งไฟวงแหวนสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันและระบบไฟเลเซอร์ที่ทันสมัยที่สามารถส่องสว่างบนท้องถนนในเวลากลางคืนได้ไกลถึง 600 เมตร เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ในเวลากลางคืน

 

“The Suite - ห้องสวีท”

   การเลือกสรรอย่างประณีตละเอียดอ่อนในทุกรายละเอียดและทุกองค์ประกอบภายในรถ ด้วยแนวคิดความสะดวกสบายขั้นสูงสุดราวกับการเข้าพักในห้องสวีทของโรงแรมหรู ด้วยการเลือกใช้หนังที่ดีที่สุดและไม้บุพื้นผิวอันประณีตที่มีความเงางามสูงเอื้อต่อการรองรับสรีระของผู้โดยสารให้รู้สึกสะดวกสบายราวกับถูกโอบอุ้ม และประตู coach door อันโด่งดังของโรลส์-รอยซ์ ใน นิว แฟนธอมนี้ มาพร้อมสัมผัสเซ็นเซอร์อย่างนุ่มนวลที่มือจับประตู ซึ่งอำนวยความสะดวกในการปิดได้จากข้างนอก ประตูจะปิดลงอย่างเงียบกริบเพื่อนำผู้โดยสารเข้าสู่การรองรับสรีระที่เป็นเลิศของสุดยอดยานยนต์ระดับหรูของโลก

 

   ในโรลส์-รอยซ์ นิว แฟนธอม นี้ เบาะหลังสามารถปรับเปลี่ยนให้ตรงตามความต้องการของแต่ละคนได้อย่างอิสระ โดยสามารถเลือกได้ตั้งแต่เบาะนั่งสไตล์เลานจ์ (Lounge Seat) ไปจนถึงเบาะแบบเดี่ยว (Individual Formats) โดยซ่อนฟังก์ชั่นการใช้งานและเทคโนโลยีต่างๆไว้ได้อย่างแนบเนียนภายใต้ความสวยงามและความหรูหราขององค์ประกอบและพื้นผิวสัมผัส

 

บทสรุป

   ทั้งแนวคิด Architecture of Luxury, The Magic Carpet Ride, The Suite, The Gallery, การใช้วัสดุที่ดีที่สุดเท่าที่มีอยู่บนโลก รวมถึงงานออกแบบและระบบวิศวกรรมที่ดีเยี่ยมไร้คู่แข่งของโรลส์-รอยซ์ ทำให้ นิว แฟนธอม ไม่เพียงสร้างมาตรฐานใหม่ในฐานะ “รถยนต์ที่ดีที่สุดในโลก” เท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความหรูหราชั้นนำของโลกอีกด้วย

 

เมื่อ โรลส์-รอยซ์ เปิดตำนานบทใหม่ รถยนต์รุ่น นิว แฟนธอม จึงกลายเป็นผู้สร้างแนวทางสู่อุตสาหกรรมรถยนต์หรูระดับโลกอย่างเต็มภาคภูมิ